| กระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมาย
ให้บริษัทเข้าไปพัฒนาระบบ e-Border pass
เพื่อตรวจสอบคนเข้าเมือง
ผ่านทางลายนิ้วมือ โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมดประมาณ
10-20 ล้านบาท
"เราได้ทำการพัฒนาระบบหนังสือผ่านแดนทั้งระบบ โดยในหนังสือผ่านแดนจะมีลายนิ้วมือของผู้เป็นเจ้าของและเมื่อบุคคลดังกล่าวมีการเข้าออกนอกเมือง
จะต้องมีการสแกนลายนิ้ว ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง
และระบบจะทำการตรวจสอบว่าลายนิ้วมือบุคคลนั้นตรงกับในหนังสือผ่านแดนหรือไม่ ซึ่งข้อมูลลายนิ้วมือในหนังสือผ่านแดนจะเชื่อมต่อกับข้อมูลในจุดตรวจคนเข้าเมืองโดยอัตโนมัติ"
นายพลภัทร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการนำระบบดังกล่าวมาทดลองใช้แล้วใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมทั้งหมด 7 ด่าน
และคาดว่าจะนำมาใช้อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม2548นี้ โดยจะเริ่มใช้ใน 3 จังหวัดเป็นอันดับแรก
ทั้งนี้ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะมีรายได้ทั้งหมด 100 ล้านบาท
จากในปีที่ผ่านมามีรายได้ 40-50 ล้านบาท
ด้านนายเคนนี่ นาวานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท
แบงคอคซิสเท็มแอนด์ซอฟท์แวร์
จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องบันทึกหรือสแกนลายนิ้วมือ ยี่ห้อ มินูเช่
เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้รับสิทธิ์ในการติดตั้งเครื่องสแกนลายนิ้วมือ รุ่นพรีเมียร์ เพื่อบันทึกเวลาเข้า-ออกของพนักงานในรัฐสภา จำนวนทั้งหมด 10 เครื่อง
โดยมีมูลค่าโครงการ 7 แสนบาท ซึ่งรุ่นดังกล่าวรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่า 10,000 ลายนิ้วมือ
"ขณะนี้บริษัทมีเครื่องสแกนลายนิ้วมือจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ 1.รุ่นพรีเมียร์ ราคาเครื่องละ 45,000 บาท 2.รุ่นโปร ราคาเครื่องละ 39,000 บาท
และ 3.รุ่นเอสเอ็มอี ราคาเครื่องละ 25,000 บาท
ซึ่งในปัจจุบันหน่วยงานต่างๆเริ่มหันมาใช้บริการดังกล่าวมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมที่มีพนักงานจำนวนมากๆ"
สำหรับข้อดีของเครื่องสแกนลายนิ้วมือนั้น นายเคนนี่ ชี้แจงว่า สามารถลดต้นทุนให้กับองค์กรได้ อาทิ ช่วยตัดปัญหาในการใช้บัตรต่างๆ เช่น บัตรหาย บัตรชำรุดปลอมบัตร รวมทั้งไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหัวอ่านเครื่องรูดบัตร เป็นต้น อีกทั้งยังป้องกันการรูดบัตรแทนกันได้ 100%
ซึ่งจากการวิจัยของบริษัทพบว่าพนักงานในหน่วยงานต่างๆมีการโกงเวลาทำงาน 5-15% โดยหน่วยงานราชการมีการโกงเวลามากที่สุด
นอกจากนี้ยังใช้เป็นอุปกรณ์ควบคุม โดยเครื่องดังกล่าว
สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ล็อคไฟฟ้าต่างๆ,ประตูไฟฟ้าอัตโนมัติ,ประตูหมุน,ควบคุมการใช้ลิฟท์
เป็นการป้องกันการเข้า-ออกจากบุคคลภายนอก
และสามารถต่อพ่วงกับกล้อง CCTV เพื่อเพิ่มความปลอดภัยได้อีกด้วย
โดยหน่วยงานที่ใช้ระบบดังกล่าวจะสามารถคืนต้นทุนได้ภายในระยะเวลา 5-6 เดือน
อย่างไรก็ดี คาดว่าในช่วงปลายปีนี้ บริษัทจะนำสินค้ารุ่นพรีเมียร์และเอสเอ็มอี ไปขายในต่างประเทศ อาทิ ประเทศฮ่องกง,สิงคโปร์,จีน,ฮ่องกง และมาเลเซีย
เป็นต้น โดยภายในสิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ทั้งหมด 50 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 10%
|