www.Minutiae.co.th

 
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

.

โดย ผู้จัดการรายวัน 8 เมษายน 2548

 
           เมื่อลายมือของคนเราแตกต่างกัน ลายมือตอนเด็กเป็นอย่างหนึ่งเมื่อโตขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงไปอีกอย่าง พร้อมกันนั้นยังไม่สามารถลอกเลียนแบบให้เหมือนกับคนอื่นได้เช่นอวัยวะอื่น ลายมือจึงเป็นเครื่องมือที่นิยมในการตรวจสอบดวงชะตา ปัจจุบันลายมือยังถูกนำไปใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีล้ำยุคที่เรียกว่า "เครื่องสแกนลายมือ"

 

มือคืออวัยวะช่วยในการหยิบจับและเคลื่อนย้ายสิ่งของ ฝ่ามือตั้งแต่ข้อมือจรดปลายนิ้วเต็มไปด้วยลวดลายเรียกว่าลายมือ ลักษณะลายมือแต่ละคนแตกต่างกัน ประกอบด้วยเส้นเล็กบ้าง ยาวบ้างเส้นหนักเห็นได้ชัด ไปจนถึงบางเบาเห็นเลือนราง

 


เมื่อลายมือของคนเราแตกต่างกัน ลายมือตอนเด็กเป็นอย่างหนึ่ง เมื่อโตขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างพร้อมกันนั้นยังไม่สามารถลอกเลียนแบบให้เหมือนกับคนอื่นได้เช่นอวัยวะอื่น ลายมือจึงเป็นเครื่องมือที่นิยมในการตรวจสอบดวงชะตา ปัจจุบันลายมือยังถูกนำไปใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีล้ำยุคที่เรียกว่า "เครื่องสแกนลายมือ"

ผ่าระบบเครื่องสแกน
       เครื่องสแกนลายมือ หรือฟิงเกอร์ สแกน (finger scan ) เป็นระบบที่ทำงานด้วยหลักเทคโนโลยีชีวภาค ใช้ลักษณะเฉพาะตัวของคนเราในการพิสูจน์ตัวบุคคลว่าคนคนนั้นคือใคร มีการนำไปใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง อาทิ ระบบลงเวลาทำงานด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ระบบควบคุมการเข้า-ออกอาคาร ระบบเปิด-ปิดประตูด้วยการสแกนลายมือ เป็นต้น

   การนำระบบสแกนลายมือไปใช้ที่เห็นได้ชัดในระบบบันทึกเวลา ซึ่งปัจจุบันวิธีบันทึกเวลา ได้แก่ ระบบเซ็นชื่อ นาฬิกาตอกบัตร เครื่องรูดบัตรแบบบาร์โค้ด แถบแม่เหล็กไร้สัมผัส และเครื่องสแกนลายมือ

   จากการสำรวจนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทแบงคอก ซิสเตม แอนด์ ซอฟท์แวร์ จำนวน 5 แห่งพบว่า เครื่องสแกนลายมือได้รับความนิยมจากหน่วยงาน บริษัท โรงงาน องค์กรต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากสามารถป้องกันการตอกบัตร หรือรูดบัตรลงเวลาแทนกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์พร้อมกับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารบัตรระยะยาว ในกรณีบัตรหาย ชำรุด และปลอมบัตร

  "เครื่องตอกบัตรตามโรงงานยังมีใช้อยู่ ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ อีก 55 เปอร์เซ็นต์ใช้เครื่องรูดบัตรและ 5 เปอร์เซ็นต์ใช้ระบบฟิงเกอร์ สแกน ถือว่าน้อยมาก ต่างจากในต่างประเทศแถบยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การใช้ฟิงเกอร์ สแกนถึง85 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นเครื่องรูดบัตร"

   ระบบเครื่องสแกนได้รับความนิยมในกลุ่มธุรกิจธนาคารและกลุ่มโรงงานขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามยังถือว่าอยู่ในปริมาณน้อยมาก จากประสบการณ์คลุกคลีระบบสแกนลายมือมาเป็นเวลา 8 ปี อาเจ ปาวา พนักงานขายของบริษัทแบงคอก ซิสเตม แอนด์ ซอฟท์แวร์ จำกัดเปิดบริการมาเป็นระยะเวลา 15 ปี แสดงความเห็นว่า

   "ธนาคารนำไปใช้ควบคุมการเข้า-ออกห้องคอมพิวเตอร์ ที่เหลือเป็นกลุ่มโรงงานมีพนักงานเกิน 500 คน เริ่มเห็นประโยชน์ว่าเป็นการลงทุนไม่ใช้เรื่องของค่าใช้จ่าย แต่ยังมีจำนวนคนใช้น้อยเป็นเพราะอยู่ในกระบวนการหาสิ่งอื่นมาทดแทน อีกอย่างคำนึงว่าเครื่องบันทึกเวลาเป็นค่าใช้จ่ายมากกว่าการลงทุนเพื่อลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแรงแทนกันที่ต้องเสียแต่ละเดือนไปเป็นจำนวนมาก"

ลักษณะการทำงาน

   เมื่อผู้ใช้ทำการลงทะเบียนลายนิ้วมือต้นแบบ เครื่องจะเก็บลายนิ้วมือนั้นไว้ในฐานข้อมูลทุกครั้งที่มีการวางนิ้วมือลงไปที่เลนส์ เครื่องจะทำการตรวจสอบเทียบกับลายนิ้วมือต้นแบบ จากนั้นแสดงผลโดยปรากฏไฟสัญญาณสีเขียวขึ้นพร้อมกับเสียงสัญญาณเสียงดังจากลำโพงบอกสถานะ "ผ่านค่ะ" และสัญญาณเสียง "ไม่ผ่านค่ะ" พร้อมสัญญาณไฟสีแดงในกรณีสแกนไม่ผ่าน



   ลักษณะของมือไม่แห้งหรือเย็นเกินไป เนื่องจากเครื่องเหล่านี้เป็นระบบชีวภาค บางครั้งเข้าออก-ลำบาก สแกนแล้วไม่ผ่าน เพราะมือเย็นเกินไป เครื่องถือว่าเป็นนิ้วปลอม แก้ไขด้วยวิธีง่ายๆโดยการถูมือไปมาสัก 5 นาทีนิ้วจะร้อนสามารถสแกนได้ ตรงข้ามหากมือเปียกน้ำ ทำให้เกิดการหักเหของแสง ลายนิ้วมือที่ทาบลงไปกับของที่บันทึกไว้จะแตกต่างกัน ถ้ามือเปียกเช็ดมือแค่วางนิ้วมือไม่ต้องกดรหัสเครื่องจะ
ประมวลผลอัตโนมัติ อย่างไรก็ดีในการเก็บบันทึกลายนิ้วมือ บางรุ่นกำหนดรหัสเป็นไอดี เมื่อเวลาสแกนลายนิ้วมือ เครื่องจะแสดงให้เห็นว่ารหัสไหนกำลังใช้งานตรงนี้เหมือนกับการใช้เครื่องรูดบัตร หากทราบหมายเลขรหัส ใครก็สามารถเข้าไปได้

พัฒนาการระบบนำเข้าจากนอก

เครื่องบันทึกเวลาระบบลายนิ้วมือ นำเข้าจากหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย สหรัฐฯเกาหลี ไต้หวัน แรกๆที่นำเข้าจากออสเตรเลียและสหรัฐฯ เวลาใช้งานต้องกดรหัสพร้อมสแกนลายมือช่วงหลังๆมีการพัฒนาสามารถสแกนนิ้วโดยไม่ต้องกดรหัส

   "รุ่นแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2538 ผลิตจากออสเตรเลีย ราคาสูงมากใช้งานโดยการแปลงลายมือเป็นตัวเลข ตามกฎหมายสากลหน่วยงานเอกชนจะทำการเก็บลายนิ้วมือไม่ได้ พัฒนาตัวนี้ขึ้นมาแปลงเป็นตัวเลขใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยการเก็บลายนิ้วมือเก็บที่ตัวเครื่องเวลาจะใช้ดาวน์โหลดข้อมูลไปยังโปรแกรมแปลงค่าไปใช้ในงานต่างๆ เริ่มต้นเก็บรหัสโดยการ
เก็บลายนิ้วมือเป็นรหัสส่วนตัวของแต่ละคนเวลาใช้กดรหัส เอาฐานข้อมูลลายนิ้วมือมาใช้งานพอกดรหัสไฟบนเครื่องจะแดงขึ้น วางนิ้วลงไป ประมวลผลผ่านหน้าจอจะบอกว่าคุณสมบัติถูกต้องหากไม่ผ่านด้วยเหตุผลกลใดก็ตามเครื่องจะแจ้งกลับว่าไม่ผ่าน เข้าไปเริ่มใหม่ กดรหัสและ
สแกนลายนิ้วมือ" อาเจกล่าว


 

   ผลิตออกจำหน่ายได้ระยะหนึ่ง เริ่มมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาเรียกว่า วี 20 เก็บแม่แบบหรือลายนิ้วมือเก็บเป็นตัวลายเส้นแล้วแปลงเป็นตัวเลข ทำให้กินเนื้อที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นเครื่องนี้จึงเก็บจำนวนคนใช้ได้น้อย เก็บได้มากสุด 1,200 ลายนิ้วมือ ด้วยการเพิ่มความจำ นอกจากเก็บบันทึก
ลายนิ้วมือ พัฒนาการที่มากขึ้นในเรื่องของการเก็บข้อมูลระบบมินูเช่ คือเก็บข้อมูลของจุดรอยต่อรอยแยกบนนิ้วมือ

   ต่างกันที่การเก็บลายนิ้วมือกินเนื้อที่มาก พอเก็บเป็นลายจุดกินเนื้อที่น้อยลง ฉะนั้นรุ่นนี้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากว่าการเก็บข้อมูลได้หลายทางขึ้น ตั้งไว้ให้เก็บลายนิ้วมือได้ 512 ลาย สามารถขยายได้ถึง 32,000 ลายนิ้วมือ นอกนั้นการทำงานอื่นๆเหมือนกันต้องมากดรหัสสแกน ระยะเวลาการประมวลผล หรือการใช้งานเหมือนกันประมาณ 12 หรือ 5 คนต่อนาที

เอเชียผู้ผลิตหน้าใหม่ตีตลาด

   ไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องสแกนลายมือได้รับความนิยมมากขึ้น ประเทศในเอเชีย อาทิ ไต้หวัน จีน เกาหลี เริ่มหันมาพัฒนาระบบสแกนลายมือแข่งขันกันในตลาด ราคาถูกกว่า พอเทคโนโลยี เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ต้นทุนการผลิตต่ำลงปริมาณมีมากขึ้น มีการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆขึ้นมา ราคาจำหน่ายต่ำลงเป็นเงาตามตัว

   "เอเชียเห็นว่าตลาดระบบฟิงเกอร์สแกนได้รับความนิยมสูงขึ้น มีความต้องการมากขึ้น จึงหันมาพัฒนาแข่งกับยุโรป เครื่องสแกนรุ่นแรกของเอเชียคือไอดีลิงก์ ระบบการทำงานแตกต่างออกไปไม่ได้เก็บข้อมูลที่ตัวมันเอง การทำงานต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์"

   "จีนผลิตรุ่น ไบโอคลอก (bioclock) ออกมา 3 รุ่น ลักษณะการทำงานเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ ข้อมูลการประมวลผลทำที่คอมพิวเตอร์ทั้งหมด สิ่งที่ต่างออกไปคือการสแกน สามารถทำได้โดยไม่ต้องกดรหัส ต่างจากรุ่นแรกๆต้องกดรหัส พัฒนากระบวนการค้นหาลายนิ้วมือได้เร็วขึ้นใช้เวลาเพียง 3-4 วินาที แต่ประสิทธิภาพยังไม่ดีพอ เนื่องจากหากใช้หลายๆคน เครื่องจะเริ่มเพี้ยน การทำงานช้าลง มีการให้ข้อมูลที่ผิดพลาด รุ่นนี้จึงไม่ค่อยได้รับการตอบสนองมาก ปัจจุบันยังใช้อยู่ แต่ใช้ไปได้ 1 ปีก็ต้องโละทิ้ง"


 

   หลังจากมีการพัฒนาระบบ การใช้งานแพร่หลายมากขึ้น ลักษณะความต้องการใช้มีความแตกต่างกันออกไปมีการพัฒนาระบบให้มีความสมบูรณ์แบบในตัว อย่างเช่นระบบฟิงเกอร์ลอก finger lock ผลผลิตของเกาหลี มีลูกบิด เครื่องสแกนลายนิ้วมือ พร้อมตัวลอกสำเร็จรูปมีการนำไปใช้ในบ้าน ซึ่งเก็บของสำคัญ วัตถุโบราณที่ไม่ต้องการให้ใครเข้าออกง่าย ไม่เปิดโอกาสให้คนข้างนอกได้เข้าไป ประสิทธิภาพเก็บลายนิ้วมือได้ 30-50 ลายนิ้วมือ พอเพียงสำหรับสมาชิกในบ้าน หรือคนที่จำเป็นต้องเข้า

   ลดภาระความยุ่งยากในการติดตั้งและการใช้งาน ช่างทำประตูสามารถนำไปติดตั้งใช้งานได้ คู่มือการใช้งานง่ายมากส่วนมากใช้ตามบ้าน สำนักงานเล็กๆมีห้องเก็บข้อมูลหรือเอกสาร ข้อด้อยไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเข้า-ออกบ้าง ตัวนี้มีการพัฒนาในหลายรูปแบบ มีลูกบิด
มีปัญหาก็มีกุญแจฉุกเฉินใช้เปิดระบบได้

   ด้วยปัญหาไม่มีตัวแทนบริษัทแม่มาดูแลด้านเทคนิค อีกทั้งอุปกรณ์อะไหล่ซึ่งนำเข้าจากเมืองนอก บริษัทนำเข้าต้องสำรองอะไหล่ ถ้าไม่ได้นำมาใช้เป็นการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์เริ่มมีบริษัทในเมืองไทยหันมาประกอบเครื่องสแกนออกมาจำหน่าย

   สิ่งที่พัฒนาเพิ่มจากเครื่องสแกนนำเข้าต่างประเทศ ยกตัวอย่างรุ่นมินูเช่ สามารถนำไปใช้งานได้โดยไม่ต้องกดรหัส เลือกได้ว่าจะใช้วิธีการกดรหัสหรือจะสแกนนิ้ว ระบบนี้สามารถบันทึกลายนิ้วมือสำรองได้ถึง 5 นิ้วต่อคน เลือกได้ว่าจะใช้นิ้วไหน มือซ้ายหรือขวา กรณีเกิดมือขวาเจ็บสามารถใช้นิ้วมือซ้ายทดแทนได้ ก่อให้เกิดความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ สามารถบันทึกเวลาทำงานพร้อมควบคุมเวลาเข้า-ออก เลือกฟังก์ชันช่วงเวลาใดมีสิทธิ์เข้าออกตามเวลากำหนด ส่งสัญญาณไปปลดล็อกให้เข้าได้แบ่งออกเป็นรุ่นพรีเมียร์เหมาะสำหรับใช้ในงานหนัก ตามโรงงานที่มีพนักงานจำนวนมาก และรุ่นเอสเอ็มอี เหมาะสำหรับโรงงานขนาดย่อม หรือสำนักงานที่มีพนักงานเพียง 40 - 50 คน

   พัฒนาการที่ตามมาเมื่อความนิยมเครื่องสแกนเพิ่มขึ้น คือการใช้เครื่องสแกนต่อเข้ากับอุปกรณ์ติดตั้งทั้งแบบ แท่นสแกนตั้งพื้น แบบติดผนัง ติดตั้งเพื่อควบคุมลิฟต์ ควบคุมประตูไฟฟ้ามีจอไอซีดี พนักงานมาสแกน ปรากฏภาพ และสถานะบันทึกเข้า ผ่านหรือไม่ หากเครื่องตรวจแล้วว่าผ่านแสดงภาพให้เห็นบนจอ และเสียงออกจากลำโพง อาคารบางแห่งใช้ตึกเป็นบ้านและสำนักงาน นิยมใช้เครื่องสแกนต่อเข้ากับลิฟท์ ชั้น 1-6 เป็นตัวสำนักงาน คนที่จะขึ้นส่วนบ้านชั้น 7-10 จะต้องสแกนนิ้ว เพื่อกดปุ่ม เป็นการป้องกันผู้ไม่พึงประสงค์ขึ้นไปชั้นที่เป็นระบบ ternstile เครื่องสแกนติดกับเครื่องเข้า-ออก จะดันประตูเข้าไปได้ต้องผ่านการสแกน มีการนำไปใช้ตามหอพักนักศึกษาหลายแห่ง

ลดปัญหาตอกบัตรแทนกัน

   หลายแห่งใช้ระบบบันทึกด้วยการรูดบัตรหรือตอกบัตรมักประสบปัญหาการลงเวลาแทนกันขณะที่เครื่องสแกนลายนิ้วมือสามารถป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นชื่อว่าชิ้นส่วนที่ติดอยู่กับร่างกายแล้ว ปัญหาอันเกิดจากการหลงลืมหรือสูญหายย่อมหมดไป  เว้นเสียแต่ว่าชิ้นส่วนนั้นจะถูกตัดออกจากร่างกาย



   "การสำรวจโดยองค์กรอิสระแห่งหนึ่งคุยกับโรงงาน 200 กว่าแห่ง พบประมาณ 80 กว่าแห่ง ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องลงเวลาแทนกัน ในการลงเวลาแทนกันมีการสูญเสียค่าแรงระหว่าง 5-15 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากโรงงานที่มีองค์กร ประมาณ 500 คน แต่ละเดือนจ่ายเงินเดือนทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้าน 5 แสนบาท หัก 5 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนหนึ่งตก 1 แสน 2 หมื่นกว่าบาทที่ต้องเสียค่าแรงโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นจึงสรรหาสิ่งที่จะมาช่วยปกป้องค่าแรงในส่วนนั้น ฟิงเกอร์สแกนได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการลงเวลาแทนกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์" อาเจอธิบาย

เจาะกลุ่มผู้ใช้

   ทุกวัน สุดารัตน์ ลาพันธ์ พนักงานธุรการ อายุ 24 ปี บันทึกเวลาการทำงานและเข้า-ออกบริษัท ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ เธอแสดงความเห็นว่า "เครื่องสแกนที่ใช้ทุกวันดี ป้องกันคนภายนอกที่จะเข้ามาก่อนหน้านี้เคยทำงานที่อื่นซึ่งใช้ระบบตอกบัตรเข้างาน เข้างาน 8.30 น. ช้าได้ 10 นาที มีเบี้ยขยันถ้ามาสายก็โดนหัก ส่วนมากคนที่เข้างานไม่ทัน มักจะไหว้วานเพื่อนที่รู้จักตอกบัตรแทนกัน

   ด้านปรียานันท์ สาวออฟฟิศวัย 24 ปีซึ่งลงเวลาทำงานและเข้า-ออกด้วยเครื่องรูดบัตรแสดงความเห็นถึงข้อดีว่า "ไม่ต้องมานั่งเขียนเซ็นลงเวลา และเป็นความปลอดภัยอย่างหนึ่ง ป้องกันคนภายนอกเข้ามา ข้อเสียหากลืมบัตรไม่สามารถเข้า-ออกได้ ต้องเรียกให้เพื่อนร่วมงานมาเปิดประตูให้ ที่บริษัทมีเบี้ยขยัน เครื่องสามารถเช็กได้ว่าใครมาหรือไม่มา หากมาก่อน 8 โมงเช้าทุกเดือนมีเบี้ยขยันให้ เครื่องเป็นหลักฐานเช็กเวลาได้ แต่บางครั้งก็มีปัญหา มาก่อนเวลาเข้างานปกติ แต่พอถึงสิ้นเดือนไม่ได้เบี้ยขยัน เพราะเครื่องไม่ได้บันทึกก็มี บางครั้งใช้งานไปได้สักพัก คนต่อไปมารูดบัตร เครื่องเกิดเสียไม่มีหลักฐานยืนยันเวลาเข้าทำงาน ไปเอ่ยปากเปล่าสอบถามก็ไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรยืนยัน ทำให้เสียโอกาสไป"

****


สแกนม่านตา อีกก้าวล้ำของเครื่องสแกน


   นอกจากลายมือจะนำมาสแกนแล้ว ระบบการรักษาความปลอดภัยยังมีการใช้ม่านตามาสแกนควบคุมผ่านเข้า-ออก ทว่ายังไม่ได้รับความนิยมมากนักเนื่องจากความเกรงกลัวผลกระทบที่จะเกิดกับสายตา ส่วนที่เกิดอันตรายได้ง่ายมากที่สุดของร่างกาย อาเจ พนักงานคลุกคลีระบบสแกนมานาน แสดงความเห็น "สแกนม่านตา ยิงเข้าตาคนยังไม่ยอมรับ สแกนม่านตา เราต้องเอาตาเราไป ข้อจำกัดเยอะ คนเราความสูงแตกต่างกัน บางคนแตกต่างกันเยอะมาก จะจัดวางอย่างไรให้มาตรฐาน สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกคน คนใส่แว่นและคอนแทคเลนส์ จะสามารถใช้งานได้หรือไม่ คนมาก่อนเป็นโรคตาแดงมาใช้ แล้วเราไปใช้ต่ออะไรจะเกิดขึ้น จึงยังไม่มีการนำมาใช้เป็นกิจจะลักษณะ ที่สำคัญมือเราสัมผัสสิ่งต่างๆตลอดทั้งวันจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ต่างจากตา ตาเราอะไรแปลกปลอมเข้าไปหน่อยมีปัญหาได้"

     TOP
TOP PAGE