|
|
HASP4 จะสามารถนำมาใช้กับโปรแกรมที่ป้องกันด้วย HASP เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ |
|
|
ใช้ได้ 100% |
|
|
|
|
ลักษณะเด่นของ HASP4 ที่แตกต่างจาก HASP-3 คือ |
|
|
ส่วน Hardware
พัฒนา ASIC ภายใต้เทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจาก HASP-3 อย่างสิ้นเชิง
ใช้อัลกอลิธึมขั้นสูงที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้สามารถป้องกันการดีบักโปรแกรมและป้องกันการแกะสัญญาณกว่า 50 โมดูล
ใช้วิธีการเข้ารหัสข้อมูลฝังไว้ในชิพ
Memory ของ HASP มีระบบป้องกันที่แข็งแกร่งมากขึ้น
ส่วน Software
- ฟังก์ชั่น API
มีฟังก์ชั่นสำหรับ Win 16 และ Win 32 ในการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล
ฟังก์ชั่นที่ใช้ทำงานบน Network และ Stand alone แยกคนละส่วน เพื่อให้เลือกใช้งานได้ง่ายและตรงกับวัตถุประสงค์
- โปรแกรม Envelope
รองรับแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาบน Win16 และ Win32 มากขึ้น
มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงขึ้นด้วยวิธีการเข้ารหัสโดยตรงไว้บนชิพ
- ยูทิลิตี้ รีโมตอัพเดท
(RUS API) สำหรับ Win32 มีความยืดหยุ่นและสมบูรณ์มากขึ้น
สามารถที่จะรวมฟังก์ชั่นเข้าไว้ในโปรแกรมได้
โดยวิธีการทำงานคล้ายกับโปรแกรมเดิมที่ทำงานบนดอส ซึ่งพัฒนาให้สามารถใช้งานบน Win32
สามารถใชได้กับไฟล์
.dll โดยมียูทิลิตี้สำหรับฝังรหัสผ่านไว้กับไฟล์
.dll
- รองรับ Citrix Winframe และ NT Terminal Server |
|
|
|
|
เป็นได้หรือไม่ว่า Developer's code ที่ได้ จะซ้ำกับของคนอื่น |
|
|
ไม่มีทางที่จะซ้ำกันอย่างแน่นอน ทางบริษัทผู้ผลิตทำการ generate ทั้ง Developer's code และ passwords
ขึ้นมาให้ unique สำหรับลูกค้าแต่ละราย |
|
|
|
|
หาก HASP key บางตัวที่ซื้อไป ทำงานไม่ได้ ทำอย่างไร |
|
|
HASP จะมียูทิลิตี้ในการตรวจเช็คคีย์ คือ "HASP Test for Win16 " และ "HASP Test for
Win32" เพื่อให้ท่านตรวจสอบเองว่า HASP ใช้งานได้หรือไม่ หรือ ส่งกลับคืนให้บริษัท เราจะทำการตรวจเช็ค หากมีปัญหา ทางบริษัทจะสั่งเปลี่ยนให้ใหม่โดยท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
(บริษัทจะรับประกันการเปลี่ยนคีย์ที่ชำรุดภายใน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับสินค้า) |
|
|
|
|
การรับส่งข้อมูลระหว่าง HASP กับ โปรแกรม จะทำให้การทำงานของโปรแกรมช้าลงหรือไม่ |
|
|
ไม่อย่างแน่นอน แม้จะมีการเข้ารหัสโปรแกรมไว้หลายขั้นตอน ต่อการเช็ค HASP แต่ละครั้ง
แต่ก็ไม่มีผลต่อการทำงานของโปรแกรมแต่อย่างใด |
|
|
|
|
โปรแกรมที่ป้องกันด้วย HASP จะทำให้เกิดปัญหาแก่งานพิมพ์หรือไม่ |
|
|
การรับส่งสัญญาณระหว่าง HASP กับโปรแกรมนั้นโปร่งใส และไม่ก่อให้เกิดการขัดจังหวะหรือรบกวนการรับ-ส่งข้อมูล หรือสัญญาณ ของพริ้นเตอร์อย่างแน่นอน ปัญหาการพริ้นเอาท์ ในบางกรณีอาจเกิดจาก
การเซ็ตโหมดพอร์ตพริ้นเตอร์ไม่ถูกต้อง
(ECP, BiDi หรือ Normal) นอกจากนี้คุณภาพของสายพริ้นเตอร์
ก็เป็นส่วนสำคัญ วิธีการป้องกันปัญหาระยะยาวคือการเลือกใช้สายที่มีคุณภาพ
'IEEE'เพราะนอกจากจะไม่มีการ รบกวน สัญญาณระหว่างรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์แล้ว งานพิมพ์ที่ออกมาก็มีคุณภาพอีกด้วย
ทั้งนี้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการติดตั้ง HASP อย่างแน่นอน |
|
TOP PAGE
|